X

ประวัติ แมวไทย มงคล

สวัสดีค่ะ กลับมาพบกันอีกครั้งกับแอดมินคนเดิม เพิ่มเติมคือเกร็ดแมวน่ารู้ สำหรับน้องเหมียวที่ Catdeva.com จะนำมาบอกเล่ากันในครั้งนี้ก็คือ แมวไทย นั่นเองค่ะ

"แมวไทย" มีความหมายตรงตัวคือแมวที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย โดยปรากฏโคลงบรรยายถึงแมวไทยโบราณสายพันธุ์แท้ จำนวน 23 ลักษณะในสมุดข่อยโบราณและถูกคัดลอกเป็นตำราแมวไทยโบราณเผยแพร่กันต่อๆ มาค่ะ

โดยแบ่งเป็น 17 แมวมงคล และ 6 แมวให้โทษ ดังนี้ค่ะ

J12364805-0

[CR:http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2012/07/J12364805/J12364805.html]

17 แมวไทยมงคล

1. แมวนิลรัตน์แมวที่มีสีดำสนิท ทั้งสีขน สีดวงตา สีเล็บ แม้กระทั่งลิ้น มีหางเรียวและยาวเท่ากับความยาวของช่วงตัวรวมศีรษะ หากบ้านใดมีเลี้ยงแมวนิลรัตน์เอาไว้ ก็จะช่วยให้ได้ทรัพย์สินเงินทองไหลมาเทมา

2. แมววิลาศมีลักษณะเป็นแมวสีดำ แต่มีแต้มสีขาวบริเวณหูทั้ง 2 ข้าง นอกจากนี้ยังมีสีขาวพาดเป็นเส้นตรงตั้งแต่คอถึงปลายหาง 1 จุด และตั้งแต่ปากล่างถึงท้องอีก 1 จุด บ้านใดเลี้ยงไว้จะนำมาซึ่งยศถาบรรดาศักดิ์ ลาภยศทรัพย์สินมากมาย

3. แมวศุภลักษณ์หรืออีกชื่อ แมวทองแดง มีขนสีทองแดง หรือสีน้ำตาลสนิม ดวงตาสีทับทิมเป็นประกายน้ำค้าง ใครเลี้ยงแมวศุภลักษณ์จะแคล้วคลาดจากภยันตราย และเพิ่มลาภยศอีกด้วยค่ะ

4. แมวแก้วแต้ม สลับกับแมววิลาศค่ะ แมวเก้าแต้มจะมีขนสีพื้นขาว แต้มด้วยสีดำ 9 จุด คือบริเวณหัว คอ หลัง อย่างละ 1 แห่ง โคนขาหลังทั้ง 2 ข้าง ที่ไหล่ 2 ข้าง และอุ้งเท้าหน้าอีก 2 ข้างค่ะ เลี้ยงไว้ทำให้กิจการค้าขายรุ่งเรือง

5. แมวสีสวาดชื่อในตำราแมวคือ แมวมาเลศ หรือแมวดอกเลาก็เรียกค่ะ เพราะมีสีขนคล้ายสีขี้เถ้า บางตัวอาจจะมีสีขาวแซม บ้านไหนเลี้ยงไว้ก็จะมีความสุขสบายใจ เป็นที่รักใคร่ของผู้คน

6. แมวแซมเศวต เศวต แปลว่าสีขาว แมวแซมเศวตคือแมวที่มีขนสีดำแซมด้วยสีขาวเล็กน้อยค่ะ ถือเป็นแมวไทยโบราณที่เคยหายสาบสูญไปแล้วช่วงหนึ่ง แต่เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว มีข่าวรายงานว่าแมวแซมเศวตถูกค้นพบและมีผู้เลี้ยงเอาไว้อีกครั้ง

7. แมวรัตนกำพล แมวขนสีขาว ที่มีวงแหวนสีดำพาดรอบลำตัว มีดวงตาสีทอง ว่ากันว่าใครเลี้ยงไว้ผู้คนจะยำเกรง มียศมีศักดิ์

8. แมววิเชียรมาศ แมวสีขาวหม่น ที่มีจุดแต้มน้ำตามเข้ม 8 แห่งตามตำราแมวไทยโบราณ ได้แก่ หน้า หาง เท้าทั้ง 4 หูทั้ง 2 เป็นแมวชั้นสูง ที่เลี้ยงไว้จะทำให้บ้านนั้นมีโชคมีลาภเข้ามาตลอด

9. แมวนิลจักร แมวขนดำ ที่มีวงแหวนสีขาวรอบคอเหมือนเป็นปลอกคอ ในตำราแมวไทยโบราณให้ถนอมเอาไว้ ว่ากันว่าเมื่อเลี้ยงไว้ จะทำให้มีทรัพย์สินมาก

10. แมวมุลิลา เป็นแมวที่พระสงฆ์ควรเลี้ยงเนื่องจากเชื่อกันว่าจะทำให้ดวงตาเห็นธรรม ศึกษาเรียนรู้ในธรรมะได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

11. แมวกรอบแว่น เป็นแมวที่มีขนสีขาว บริเวณรอบดวงตาเป็นขอบดำเหมือนใส่แว่น หรืออีกชื่อก็เรียกแมวอานม้า เนื่องจากมีแต้มขนสีดำคล้ายอานม้าบนหลัง นับเป็นแมวไทยที่หายากและมีค่ามาแต่โบราณเลยค่ะ หากบ้านใครมีเลี้ยงไว้จะถือเป็นเกียรติยิ่ง

12. แมวปัดเศวต มีสีขนสีดำเป็นพื้น บริเวณปลายจมูกพาดผ่านหลังไปจนถึงปลายหางจะมีสีขาว เมื่อได้เลี้ยงไว้จะให้ชื่อเสียงแก่วงศ์ตระกูล

13. แมวกระจอก ที่ไม่กระจอกเหมือนชื่อ เพราะในตำราแมวไทยโบราณระบุว่า ลักษณะของแมวกระจอกนี้มีความอ้วนกลม สีขนดำ มีขนสีขาวเป็นเฉกบริเวณรอบปาก บ้านใดได้เลี้ยงไว้จะได้ทั้งเงินทองลาภยศ

14. แมวสิงหเสพย์ แมวที่บ้านใดเลี้ยงก็จะมีสิริมงคล ได้ทรัพย์สินเงินทองตัวนี้ เป็นแมวมีขนสีดำ แต่จะมีสีขาวตรงบริเวณจมูก รอบปาก และรอบคอน่ารักมากค่ะ

15. แมวการเวก ส่วนตัวนี้มีลักษณะขนสีดำทั้งตัว ยกเว้นเฉพาะสันจมูกที่มีแต้มสีขาวเท่านั้นค่ะ บ้านใดเลี้ยงไว้ก็จะมีโชคมีลาภภายใน 7 เดือนที่ได้เลี้ยงไว้เลยค่ะ

16. แมวจตุบท มีขนสีดำ ตั้งแต่หน้าอก ตลอดความยาวของท้องจะมีสีขาว และขาทั้ง 4 ข้างแต้มสีขาวคล้ายกับใส่ถุงเท้า ดวงตาสีเหลืองเป็นประกายคล้ายดอกโสน ว่ากันว่าเชื้อพระวงศ์ฝ่ายพระราชินีสามารถเลี้ยงแมวจตุบทได้เท่านั้นค่ะ

17. แมวโกญจา แมวโกญจานี้ขนสีดำสนิท ขนละเอียดสวยงาม ลักษณะท่าทางปราดเปรียว เวลาเดินสง่างามดั่งสิงห์ บ้านไหนมีเลี้ยงไว้จะมีอำนาจมากค่ะ

ส่วน 6 แมวไทยให้โทษ ได้แก่

1. แมวทุพลเพศ มีขนสีขาว ดวงตาสีแดงเหมือนสีเลือด ว่ากันว่ามักชอบลักขโมยปลาของชาวบ้านทุกคืนค่ะ

2. แมวพรรณพยัคฆ์ ลักษณะสีขนและลวดลายเหมือนเสือ ขนสากเหมือนคลุกด้วยเกลือ หรือแกลบ ตามตำราแมวไทยโบราณบรรยายเสียงร้องของแมวพรรณพยัคฆ์นี้ ว่าร้องเรียกเหมือนเสียงผีโป่ง

3. แมวปีศาจ แมวให้โทษที่ดูจะร้ายกาจที่สุด เพราะเป็นแมวที่เมื่อคลอดลูกออกมา เจ้าตัวนี้ก็จะกินลูกของตัวเองจนหมดเลยค่ะ

4. แมวหินโทษ แมวไทยให้โทษตัวนี้มักนำภัยพิบัติมาสู่บ้านที่เลี้ยง อีกทั้งตัวแมวเองยังเหมือนถูกสาปให้ไม่ว่าจะท้องกี่ครั้ง ลูกก็ต้องตายเสียตั้งแต่ในครรภ์

5. แมวกอบเพลิง เป็นแมวขี้อายที่มักหลบซ่อนไม่ให้ใครพบเห็น แต่หากใครมีเลี้ยงเอาไว้ ก็จะทำให้ผู้เลี้ยงมีโทษภัยถึงตัวค่ะ

6. แมวเหน็บเสนียด มีลักษณะเหมือนค่าง คือซ่อนหางขดไว้ใต้กันอยู่เสมอ อีกทั้งรูปร่างก็ดูพิกลพิการ หากบ้านใดมีเลี้ยงไว้จะทำให้เสียชื่อเสียงค่ะ

ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยยังคงหลงเหลือแมวไทยมงคลตามตำราแมวไทยโบราณอยู่เพียง 5 สายพันธุ์เท่านั้น นั่นคือ แมวศุภลักษณ์ , แมวสีสวาด , แมววิเชียรมาศ , แมวโกญจา, แมวแซมเศวต ที่เพิ่งถูกพบตัวและมีผู้นำมาเลี้ยงอีกครั้ง และอีกหนึ่งแมวพันธุ์โบราณที่ไม่ได้มีบันทึกในสมุดข่อย แต่เชื่อกันว่ามีเลี้ยงกันในรั้วในวัง ส่วนปัจจุบันนั้นหายาก ก็คือ แมวพันธุ์ขาวมณี ค่ะ

ในอดีตแมวไทยที่มีลักษณะถูกต้องตรงตามตำราสมุดข่อยโบราณนั้น ถือเป็นแมวไทยมงคลชั้นสูงทีเดียวค่ะ ที่จะนำโชคนำลาภมาสู่ผู้เลี้ยง ซึ่งก็มีเรื่องเล่ากันว่า หากผู้ใดได้เลี้ยงเอาไว้สักตัว จะทำให้ได้เป็นขุนน้ำขุนนางกันเลยเชียว และเพราะเจ้าเหมียวมีมูลค่าสูงเช่นนี้ ทำให้ชาวบ้านทั่วไปไม่อาจมีไว้ในครอบครอง จะมีเลี้ยงกันก็แต่ในรั้ววังเท่านั้น

ด้วยลักษณะที่ถูกต้องตามตำรา ทำให้แมวไทยโบราณเป็นหนึ่งในสัตว์ 2 ชนิด ที่ร่วมขบวนในเครื่องเฉลิมพระราชมณเฑียร หรือเครื่องมงคลในการขึ้นบ้านใหม่ของพระมหากษัตริย์ตามประเพณีโบราณนั่นเอง ซึ่งสัตว์ทั้ง 2 ชนิดก็คือ ไก่แจ้ขาว มีความหมายถึงความงามและความมีอำนาจค่ะ ส่วน วิฬาร์ หรือแมว ซึ่งเป็นสัตว์ฉลาด กินอยู่เป็น และไม่ทิ้งถิ่นฐาน ทำให้แมวในเครื่องเฉลิมพระราชมณเฑียรมีความหมายถึง การอยู่ในบ้านใหม่อย่างสงบร่มเย็น ไม่มีการโยกย้ายไปไหนนั่นเองนะคะ

เห็นไหมละคะว่าแมวไทยอยู่คู่คนไทย และมีความสำคัญเป็นอย่างมาก Catdeva.com สนับสนุนให้คนเลี้ยงแมวไทยกันเยอะๆ ค่ะ เอาละ กลับมาเข้าเรื่องแมวไทยกันต่อ แมวที่ได้รับเลือกให้ร่วมขบวนในเครื่องเฉลิมพระราชมณเฑียรที่มีบันทึกเอาไว้ คือแมววิเชียรมาศ ในพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 7 และแมวสีสวาด หรืออีกชื่อที่เรียกกันติดปากก็คือ แมวโคราช ในพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 ค่ะ

Catdeva.com ขอพูดถึงประวัติแมวไทยโกอินเตอร์ดังเป็นพลุแตกกันสักหน่อย

ย้อนกลับไปในปีค.ศ. 1878 Rutherford B. Hayes ผู้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในสมัยได้ รับแมวไทยเป็นตัวแรก ซึ่งแมวตัวนั้นมีชื่อว่า "สยาม" จากกงสุลอเมริกันในกรุงเทพมหานคร ต่อมาในปีค.ศ. 1884 ได้ปรากฏชื่อของ Edward Blencowe Gould กงสุลใหญ่อังกฤษประจำกรุงเทพมหานคร เขาได้ซื้อแมวไทย 1 คู่ เพื่อเป็นของขวัญให้แก่น้องสาว Lilian Jane Gould ซึ่งต่อมาเธอได้เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสมาคมแมว Siamese Cat Club นั่นเองค่ะ

ปีค.ศ. 1885 เจ้าแมวไทยคู่นี้ พร้อมลูกๆ ของมันได้เป็นที่รู้จักแก่สายตาชาวโลกครั้งแรกในงาน Cat Show ซึ่งจัดขึ้นที่ The Crystal Palace และนั่นก็ทำให้คนยุโรปมากมายได้รู้จักแมวจากประเทศไทย ในชื่อ Siamese Cat และทำให้สนใจเลี้ยงแมวไทยกันอย่างแพร่หลาย ก็คือ แมววิเชียรมาศ นั่นเอง

iStock_2739527_XLARGE

เป็นอย่างไรบ้างคะ กับเกร็ดน่ารู้ประวัติแมวไทย ลองกลับไปจ้องมอง พลิกซ้ายขวาหน้าหลังเจ้าเหมียวที่บ้านกันแล้วรึยัง ไม่แน่น๊า เจ้าเหมียวที่บ้านเพื่อนๆ อาจเข้าข่ายแมวไทยโบราณมงคลสักตัวสองตัวค่ะ สำหรับครั้งหน้า Catdeva.com และแอดมินคนเดิมก็ยังมีเกร็ดน่ารู้ของน้องเหมียวมาฝากอีก แต่จะเป็นเรื่องใด ติดตามได้ในครั้งต่อไปนะคะ สำหรับครั้งนี้แอดมินขอตัวไปจับแมวที่บ้านสำรวจตามตำราก่อนค่ะ

ที่มา : www.catdeva.com